ปลาสีขนสามรส สีขนราดพริก วิธีทำ

ปลาสีขนสามรส วิธีทำ ปลาสีขนราดพริก เมนูปลาทะเลเนื้อดีเนื้อนุ่ม อร่อยและได้ประโยชน์จากปลาทะเล ทำได้หลายเมนูเช่น สีขนซาชิมิ ย่าง แกงกระทิ และปลาชนิดนี้เวลาไปตกสนุกมาก แรงดึงตึงมือดีเหลือเกิน ขั้นตอนการทำไม่นานมากมาย เดี๋ยวเรามาเริ่มกันที่ส่วนผสมและเครื่องปรุง ตามด้วยวิธีทำกันเลย

ปลาสีขนสามรส

ส่วนผสมและเครื่องปรุง

1.ปลาสีขน 500 กรัม

2.พริกแดงจินดา 15 เม็ด

3.กระเทียม 10 กลีบ

4.น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

5.น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

6.น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ

7.ใบมะกรูด 3 ใบ

8.ผักชี 6 ใบ

9.น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ ปลาสีขนสามรส

1.เริ่มต้นด้วยการทำปลาก่อน โดยตัดหางออกทิ้ง ตัดครีบทิ้งทั้งหมด แล้วขอดเกล็ดออก เกล็ดของปลาสีขนจะมีขนาดเล็ก ต้องค่อยๆขูดออก แล้วแร่กระโดงข้างหางตรงด้านข้างลำตัวออกเพราะตรงนี้แข็งไม่อร่อย แล้วผ่าใต้ท้องควักไส้ออกทิ้งทั้งหมด แต่ถ้ามีไข่ก็เอาไว้ แล้วใช้มีดบั้งข้างลำตัว ประมาณ 3-4 บั้ง แล้วล้างน้ำให้สะอาด และนำปลาใส่กระชอนทิ้งไว้ให้น้ำแห้ง ระหว่างนี้ก็เตรียมเครื่องปรุงอย่างอื่นก่อน

ปลาสีขนสามรส

2.นำใบมะกรูดมาซอยให้เป็นฝอย เด็ดใบผักชี เตรียมพริกกับกระเทียม

ปลาสีขนสามรส

3.เมื่อปลาเริ่มสะเด็ดน้ำแล้ว ตั้งกระทะแล้วใส่น้ำมันลงไป รอจนน้ำมันเริ่มร้อน แล้วใส่ปลาลงไปทอด เทคนิคถ้าปลาไม่มีน้ำจะลดการแตกกระเด็นของน้ำมันได้ และเวลาทอดใช้ไฟเบาๆ

ปลาสีขนราดพริก

4.ระหว่างที่รอปลาสุก ก็จัดการตำพริกกับกระเทียม ไม่ต้องตำแหลกมาก

ปลาสีขนสามรส

5.คั้นมะขามเปียกเอาแต่น้ำเท่านั้น

ปลาสีขนสามรส

6.เตรียมน้ำตาลปี๊บไว้ 2 ช้อนโต๊ะ

ปลาสีขนสามรส

7.เมื่อทอดปลาสุกแล้ว ไม่ต้องทอดให้กรอบ เอาแบบเนื้อนุ่มๆ ให้ตั้งกระทะแล้วนำพริกกับกระเทียม ที่ตำไว้ลงไปผัดให้หอม แล้วใส่น้ำกลั้วครกลงไป

สีขนสามรส

8.ใส่น้ำมะขามเปียกลงไป ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา สามารถใส่ผงชูรสกับผงปรุงรสได้ โดยใส่ประมาณอย่างละ 1 ช้อนชา แล้วตักราดลงบนปลาที่ทอดไว้ โรยหน้าด้วยใบมะกรูด กับใบผักชี ตกแต่งเพื่อความสวยงาม

สีขนสามรส

ปลาสีขนราดพริก จริงๆแล้วก็เป็นเมนูเดียวกัน ทานเป็นกับข้าวกับข้าวร้อนๆเข้ากันมาก แต่ทานเป็นกับแกล้มไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะมีความหวานนิดนึงจ้า สำหรับเมนูอื่นแนะนำ เช่น ปลาทรายแดงสามรส ฉู่ฉี่ปลาดอลลี่ ปลาทรายแดงต้มยำ ปลาสีขนเป็นปลาที่เนื้ออร่อย และราคาไม่แพง เมนูอื่นก็สามารถทำได้ ฉู่ฉี่ปลาสีขน ต้มยำก็อร่อย

กดไลค์กดแชร์เพจ กินเที่ยวไทยแลนด์ กันด้วยนะจ๊ะ